ผูกดวง

ผูกดวงคู่รัก ตามหลักลัคนา

ผูกดวง

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า ผูกดวง มาบ้างแล้ว หรือหลายท่านอาจจะยังไม่เคยทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลยก็เป็นได้ แน่นอนว่าสำหรับการผูก ดวงมีมากมายหลากหลายจุดประสงค์ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการผูก ดวงคู่รักหรือการผูก ดวงเนื้อคู่ ซึ่งเชื่อกันว่า จะทำให้เราและคู่ครองคนรักอยู่ครองคู่กัน ได้อย่างคนที่มีศีลเสมอกัน

พูดถึงเรื่องของคนที่มีศีลเสมอกัน คงเป็นสิ่งที่หลายคนได้ยินมากอีกเช่นเคย สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องของความเชื่อทางพระพุทธศาสนา สำหรับผู้ที่มีศีลเสมอกัน คือคู่ที่ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง เข้าอกเข้าใจกัน มีแนวคิดอะไรคล้ายๆกัน ความรักความชอบเหมือนกัน แบบนี้เป็นต้น เมื่อคนที่มีศีลเสมอกันมากครองคู่อยู่ด้วยกัน จึงทำให้เกิดแต่ความผาสุก นั่นเอง

การผูก ดวงคู่รักตามหลักลัคนา

การผูก ดวงคู่รักตามหลักลัคนา เรียกว่าเป็นการผูก ดวงตามหลักสุริยศาสตร์ โดยการใช้ลัคนามาเทียบกับวันและเวลาจรของทั้งสองฝ่าย

  • ลักขณา หมายถึง จุดของฟ้าที่ทิศตะวันออกในเวลาที่เกิด โดยใน 1 วันจะมี 24 ชั่วโมง จึงแบ่งได้ 12 ราศีราศีละ 2 ชั่วโมงนั่นเอง
  • วันจร หมายถึง วันเวลาที่ต้องการทำนาย สำหรับในหนึ่งช่วงชีวิตของคนเรา ซึ่งแน่นอนว่าจะเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งดีและร้ายแตกต่างกันออกไป นั่นเอง

ดังนั้นแล้ว เมื่อเราทราบลักขณาและทราบวันเวลาจอย ก็จะทำให้เกิดการทำนายดวงชะตาแบบคร่าวๆ หรือที่เรียกกันว่า ผูก ดวง โดยการผูก ดวงจะเป็นการเอาดวงจากดาวที่ดูจากวันเกิดของคู่รัก แล้วนำมาเขียนบนแผ่นโลหะหรือแผ่นกระดาษ ผูกกันโดยทำพิธีตามความเชื่อของโหราศาสตร์ ซึ่งแต่ละสำนักก็จะแตกต่างกันออกไปหรืออาจจะมีความคล้ายคลึงกัน

โดยการผูก ดวงคู่ครองคนรักนั้น ก็จะยึดตามลัคนาอย่างที่กล่าวไปในตอนต้น ซึ่งจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 12 ภพ ได้แก่

  • ภพที่ 1 เรียกว่า ตนุ หมายถึงตัวตนของเจ้าชะตา รวมถึงวาสนาและความเป็นอยู่ของเจ้าชะตา
  • ภพที่ 2 เรียกว่า กฎุมภะ หมายถึงมรดกของเจ้าชะตา
  • ภพที่ 3 เรียกว่า สหัสชะ คือมิตรและเพื่อนฝูง
  • ภพที่ 4 เรียกว่า พันธุ หมายถึง พ่อแม่ ญาติ และความมั่นคงในอนาคต
  • ภพที่ 5 เรียกว่า ปุตตะ หมายถึงบริวารและการเกิดใหม่
  • ภพที่ 6 เรียกว่า อริ หมายถึงศัตรูและอุปสรรค
  • ภพที่ 7 เรียกว่า ปัตนิ หมายถึง เพศตรงข้าม คู่ครอง
  • ภพที่ 8 เรียกว่า มรณะ หมายถึง การสูญเสียหรือความเศร้าโศก
  • ภพที่ 9 แปลว่า ศุภะ หมายถึง ผู้อุปถัมภ์ ที่พึ่ง ชีวิตหลังแต่งงาน หรือชื่อเสียงและเกียรติยศ
  • ภพที่ 10 เรียกว่า กัมมะ หมายถึง การงาน กรรมเก่า
  • ภพที่ 11 เรียกว่า ลาภะ หมายถึง ความสำเร็จและความสมหวัง
  • ภพที่ 12 เรียกว่า วินาศ หมายถึง ความเสื่อมและความวิบัติ

การนำพื้นดวง มาผูกดวง โดยให้หมอดูๆหรือโหราจารย์พิจารณาในรายละเอียดต่างๆข้างต้นนี้ก็จะทำให้เราทราบลักษณะของเจ้าของพื้นดวง และสิ่งที่จะพบได้ก็คือบางท่านที่เกิดในเดือนนั้นแต่ละคณะอาจจะไปสถิตในราศีอื่น ดังนั้นการจะดูดวงให้ถูกต้องแม่นยำต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในการแปลความหมาย ดูลัคนา จึงจะมีความแม่นยำมากกว่า รวมถึงการผูกดวงก็จะทำให้ได้ผลดีอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น